ลำไส้แปรปรวน (IBS) คืออะไร? กินปุ๊บเข้าห้องน้ำปั๊บ อาการ ประเภท และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ลำไส้แปรปรวน (IBS) คือภาวะที่สมองกับลำไส้สื่อสารกันผิดจังหวะ ทำให้ปวดท้องร่วมกับท้องเสีย ท้องผูก หรือสลับกัน นารักษ์สรุปเกณฑ์ Rome IV แบบภาษาคน ประเภท IBS-D, IBS-C, IBS-M และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

ลำไส้แปรปรวน IBS กินปุ๊บเข้าห้องน้ำปั๊บ ผู้หญิงไทยลุกจากโต๊ะร้านชาบู มือกุมท้องน้อยและชี้ไปทางป้ายห้องน้ำ

ถ้าชีวิตคือเกม คนที่เป็น IBS (Irritable Bowel Syndrome) หรือ “โรคลำไส้แปรปรวน” คงกำลังเล่นอยู่ใน “โหมดฮาร์ดคอร์” ที่ต้องพกความระแวงติดตัวตลอด 24 ชั่วโมง เคยไหมคะ นัดเพื่อนกินชาบู หมูยังไม่ทันสุกดี ท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงโครกครากเตือนภัยระดับสีแดง นาทีนั้นไม่มีคำว่าห่วงภาพลักษณ์แล้ว วางตะเกียบได้ก็วิ่งสี่คูณร้อยไปหาห้องน้ำให้ไวที่สุด สำหรับคนทั่วไปอาจฟังดูขำๆ แต่สำหรับชาว IBS มันคือความทรมานที่อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก และที่เจ็บที่สุดคือ อธิบายให้ใครฟังก็ไม่มีใครเข้าใจ

ลำไส้แปรปรวน (IBS) คือภาวะที่ลำไส้และสมองสื่อสารกันผิดจังหวะ ทำให้ปวดท้องซ้ำๆ ร่วมกับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป อาจท้องเสีย ท้องผูก หรือสลับกันทั้งสองแบบ โดยที่ลำไส้ไม่ได้มีแผลหรือถูกทำลาย วันนี้นารักษ์สรุปเกณฑ์วินิจฉัยแบบภาษาคน ประเภทของ IBS สัญญาณที่ต้องไปหาหมอ และวิธีอยู่กับมันแบบไม่ต้องสู้คนเดียวมาให้ค่ะ

ลำไส้แปรปรวน (IBS) คืออะไร?

ลำไส้แปรปรวนเป็นโรคเรื้อรังในกลุ่ม “ความผิดปกติของการทำงานร่วมกันระหว่างสมองกับลำไส้” (Disorders of Gut-Brain Interaction) ค่ะ แปลง่ายๆ คือเครื่องยนต์ไม่ได้พัง แต่สายไฟสื่อสารระหว่างสมองกับลำไส้ส่งสัญญาณไวเกินไป ลำไส้จึงอาจบีบตัวเร็วหรือช้าผิดปกติ และรู้สึกเจ็บกับการย่อยอาหารธรรมดาที่คนอื่นไม่รู้สึกอะไรเลย

ข่าวดีคือสถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ ระบุว่า IBS ไม่ทำลายทางเดินอาหาร อาการอาจดีขึ้นหรือแย่ลงเป็นช่วงๆ ส่วนข่าวที่ต้องทำใจคือมันมักเป็นเรื้อรัง ไม่ได้หายในวันสองวัน แต่ “จัดการได้” ค่ะ

อาการที่พบบ่อยนอกจากปวดท้องและถ่ายผิดปกติ ได้แก่ ท้องอืด รู้สึกถ่ายไม่สุด และมีมูกปนอุจจาระ ผู้หญิงหลายคนยังสังเกตว่าอาการหนักขึ้นช่วงมีประจำเดือนด้วยค่ะ

อาการแบบไหนถึงเรียกว่าลำไส้แปรปรวน? เกณฑ์ Rome IV ฉบับภาษาคน

แพทย์ทั่วโลกใช้เกณฑ์ที่ชื่อว่า Rome IV ในการวินิจฉัยลำไส้แปรปรวน โดยหัวใจคือ “ปวดท้องซ้ำๆ ที่เกี่ยวกับการขับถ่าย” ไม่ใช่แค่ท้องเสียบ่อยอย่างเดียวค่ะ ถ้าแปลเป็นภาษาคนจะได้ประมาณนี้

เกณฑ์ Rome IV ลำไส้แปรปรวน ปวดท้องเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 วันขึ้นไป ต่อเนื่อง 3 เดือน เริ่มมีอาการมาอย่างน้อย 6 เดือน และปวดสัมพันธ์กับการขับถ่าย
  1. ปวดท้องเฉลี่ยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
  2. อาการเริ่มมาอย่างน้อย 6 เดือนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเป็นเมื่อวาน
  3. และอาการปวดนั้นต้องมีอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อนี้ คือ ปวดสัมพันธ์กับการขับถ่าย (เช่น ถ่ายแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง) ความถี่ในการถ่ายเปลี่ยนไป และลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป

เกณฑ์นี้มีไว้ให้แพทย์ใช้ประกอบกับการซักประวัติและตรวจร่างกายนะคะ ไม่ใช่แบบทดสอบให้วินิจฉัยตัวเอง ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “นี่มันเราชัดๆ” ให้ถือเป็นสัญญาณว่าควรไปคุยกับแพทย์ เพราะมีหลายโรคที่อาการคล้าย IBS ได้ค่ะ

ลำไส้แปรปรวนมีกี่แบบ? IBS-D, IBS-C และ IBS-M ต่างกันอย่างไร

ลำไส้แปรปรวนแบ่งเป็น 3 แบบหลักตามลักษณะอุจจาระในวันที่ถ่ายผิดปกติ โดยแพทย์จะเทียบกับตารางลักษณะอุจจาระบริสตอล (Bristol Stool Form Scale) ซึ่งแบบที่ 1 ถึง 2 คือก้อนแข็งแบบท้องผูก และแบบที่ 6 ถึง 7 คือเหลวแบบท้องเสียค่ะ

ลำไส้แปรปรวน 3 แบบ IBS-D ท้องเสียเด่น IBS-C ท้องผูกเด่น IBS-M ท้องผูกสลับท้องเสีย
ประเภทลักษณะเด่นชีวิตจริงมักเป็นแบบไหน
IBS-D (ท้องเสียเด่น)มากกว่า 1 ใน 4 ของครั้งที่ถ่ายผิดปกติเป็นแบบเหลวกินปุ๊บปวดปั๊บ ปวดแบบกลั้นยาก ต้องรู้ว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหนตลอด
IBS-C (ท้องผูกเด่น)มากกว่า 1 ใน 4 ของครั้งที่ถ่ายผิดปกติเป็นก้อนแข็งปวดท้อง ท้องอืด เบ่งนาน ถ่ายไม่สุด
IBS-M (แบบผสม)ทั้งแบบแข็งและแบบเหลว อย่างละมากกว่า 1 ใน 4สัปดาห์นี้ผูก สัปดาห์หน้าเสีย เดาใจลำไส้ไม่ถูก

ถ้าอาการไม่ชัดพอจะจัดเข้ากลุ่มไหน แพทย์จะเรียกว่า IBS-U (ไม่ระบุประเภท) ค่ะ การรู้ว่าตัวเองเป็นแบบไหนสำคัญมาก เพราะยาและการปรับอาหารของแต่ละแบบต่างกัน ยาที่ช่วยคนท้องเสียอาจทำให้คนท้องผูกแย่ลงได้

ทำไมลำไส้แปรปรวนถึงไวต่อทุกอย่างขนาดนี้?

ลำไส้แปรปรวนไวเพราะเส้นประสาทในลำไส้รับรู้สัญญาณแรงกว่าปกติ และถูกความเครียดกระตุ้นได้ง่ายค่ะ ลำไส้ของชาว IBS จึงเป็น “สายดราม่า” แบบไม่ต้องแสดง แค่ตื่นเต้นนิดเดียว เครียดหน่อย อากาศเปลี่ยน หรือเผลอกินอะไรผิดสำแดง ก็พร้อมบีบตัวประท้วงจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

ที่น่าเหนื่อยคือมันกลายเป็นวงจรค่ะ เครียด ลำไส้ปั่นป่วน ปวดท้อง ยิ่งเครียดเพราะกลัวปวดท้อง แล้วลำไส้ก็ยิ่งปั่นป่วนหนักขึ้น จนบางคนเริ่มไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากเจอใคร

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีหลายอย่าง เช่น ความเครียดหรือประสบการณ์หนักๆ ในชีวิต ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า การติดเชื้อในทางเดินอาหาร พันธุกรรม และความไวต่ออาหารบางชนิด

ศัตรูที่มองไม่เห็น (ที่ไม่ใช่แค่ส้มตำปลาร้า)

หลายคนคิดว่าท้องเสียต้องเป็นเพราะกินของไม่สะอาดหรือรสจัด แต่สำหรับชาว IBS อาหารสุขภาพดีๆ อย่างเซเลอรี (ขึ้นฉ่ายฝรั่ง) นมสด กระเทียม หรือแอปเปิล ก็กระตุ้นอาการได้ค่ะ เพราะมีคาร์โบไฮเดรตสายสั้นที่เรียกว่า FODMAPs ซึ่งคนทั่วไปย่อยสบายๆ แต่ในคนที่ลำไส้ไวจะหมักจนเกิดแก๊สและดึงน้ำเข้าลำไส้ อยากรู้ว่ากินอะไรแทนอะไรได้ อ่านต่อที่ ลิสต์อาหาร Low FODMAP แบบไทย ได้เลยค่ะ

ดังนั้นถ้าเห็นเพื่อนร่วมโต๊ะเลือกกิน หรือถามพนักงานยิบย่อยว่าจานนี้ใส่อะไร อย่าเพิ่งรำคาญเขานะคะ เขาไม่ได้เรื่องมาก เขาแค่กำลังเอาตัวรอดอยู่

อาการแบบไหนไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวน ควรรีบพบแพทย์

ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรเหมาเอาเองว่าเป็นแค่ลำไส้แปรปรวน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นค่ะ

อาการที่ไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวนควรพบแพทย์ ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ซีดเหนื่อยง่าย ตื่นมาถ่ายกลางดึก อายุเกิน 50 ปีและยังไม่เคยตรวจคัดกรอง
  • ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกทางทวารหนัก หรืออุจจาระสีดำเหนียว
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • ซีด เหนื่อยง่าย หรือตรวจพบภาวะโลหิตจาง
  • ต้องตื่นมาถ่ายกลางดึก
  • อายุเกิน 50 ปีและยังไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • คนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) หรือโรคเซลิแอค
  • นิสัยการขับถ่ายเพิ่งเปลี่ยนไปชัดเจนในช่วงหลัง หรือคลำเจอก้อนในท้อง

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นโรคร้ายเสมอไป แต่เป็นเหตุผลที่แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่ม เช่น ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องลำไส้ค่ะ

อยู่กับลำไส้แปรปรวนอย่างไรให้ชีวิตไม่พัง

ลำไส้แปรปรวนอาจรักษาไม่หายขาดในวันสองวัน แต่คนส่วนใหญ่ควบคุมอาการได้ดีขึ้นเมื่อรู้จักตัวกระตุ้นของตัวเองและได้การรักษาที่ตรงแบบค่ะ ถึงเพื่อนร่วมชะตากรรม “นักสู้หน้าห้องน้ำ” ที่พกทิชชู่เปียกติดกระเป๋าและรู้จักห้องน้ำทุกห้างดีกว่าใคร อยากบอกว่าคุณไม่ได้คิดไปเอง และไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะคะ

1. จดบันทึก กินอะไรแล้ว “รอด” กินอะไรแล้ว “ร่วง”

จดอาหาร เวลา ความเครียด รอบเดือน และอาการสัก 2 ถึง 4 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นแพทเทิร์นของตัวเอง และเป็นข้อมูลดีๆ ที่เอาไปคุยกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหารได้ค่ะ

2. ใจดีกับตัวเองหน่อย เพราะความเครียดคือสวิตช์เปิด IBS

ยิ่งกดดันตัวเอง ลำไส้ยิ่งขยันทำงานเกินหน้าที่ การนอนให้พอ ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และฝึกผ่อนคลายช่วยได้จริง ส่วนคนที่อาการผูกกับความเครียดมาก การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) หรือการสะกดจิตบำบัดที่เน้นลำไส้ (Gut-directed hypnotherapy) ก็เป็นทางเลือกที่แพทย์แนะนำได้ค่ะ

3. สื่อสารออกไปตรงๆ

บอกเพื่อน บอกแฟนไปเลยว่าเราเป็นลำไส้แปรปรวน มีอาหารอะไรที่กินไม่ได้บ้าง การมีใครสักคนที่เข้าใจ ไม่รำคาญที่เราเลือกร้าน และยืนรอหน้าห้องน้ำโดยไม่บ่นสักคำ นั่นคือเซฟโซนที่ดีที่สุดแล้วค่ะ

4. คุยกับแพทย์เรื่องการรักษาให้ตรงแบบ

การรักษามีทั้งปรับอาหาร เช่น เพิ่มไฟเบอร์หรือลอง Low FODMAP ภายใต้การดูแล และยาที่เลือกตามประเภท เช่น ยาแก้ท้องเสียสำหรับ IBS-D ยาระบายหรือไฟเบอร์เสริมสำหรับ IBS-C และยาลดการเกร็งของลำไส้สำหรับอาการปวด หลายคนต้องลองสองสามวิธีกว่าจะเจอสูตรที่ใช่ ยาสามัญประจำบ้านอย่างยาธาตุช่วยบรรเทาได้บางครั้ง แต่ถ้าต้องพึ่งทุกวันควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

ใครที่กลัวอาการกำเริบระหว่างเดินทางจนไม่กล้าขึ้นทางด่วน นารักษ์ทำ แผนรับมือลำไส้แปรปรวนตอนเดินทาง แยกไว้ให้แล้วค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องลำไส้แปรปรวน

ลำไส้แปรปรวนรักษาหายขาดไหม?

ส่วนใหญ่เป็นภาวะเรื้อรังที่อาการขึ้นลงเป็นช่วงๆ ค่ะ เป้าหมายของการรักษาคือคุมอาการให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งหลายคนทำได้เมื่อปรับอาหาร จัดการความเครียด และใช้ยาที่เหมาะกับประเภทของตัวเอง

ลำไส้แปรปรวนอันตรายไหม ทำให้ลำไส้เสียหายหรือเปล่า?

IBS ไม่ทำลายทางเดินอาหารค่ะ แต่อาการคล้ายโรคอื่นได้ ถ้ามีสัญญาณเตือนอย่างถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือตื่นมาถ่ายกลางดึก ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่ม

ต้องงดอาหาร FODMAP ไปตลอดชีวิตไหม?

ไม่ต้องค่ะ Low FODMAP เป็นการงดชั่วคราวแล้วค่อยๆ ลองกลับมากินทีละกลุ่ม เพื่อหาว่าตัวเองไวต่ออะไร ควรทำร่วมกับนักกำหนดอาหาร จะได้ไม่ขาดสารอาหาร

แหล่งอ้างอิง

  • National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Symptoms and Causes of Irritable Bowel Syndrome.
  • NIDDK. Diagnosis of Irritable Bowel Syndrome.
  • NIDDK. Treatment for Irritable Bowel Syndrome.
  • Rome Foundation. Rome IV Criteria.
  • Lacy BE, Patel NK. Rome Criteria and a Diagnostic Approach to Irritable Bowel Syndrome. Journal of Clinical Medicine, 2017, 6(11), 99.

สุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่อาการมา ลองบอกตัวเองว่า “ฉันคือยอดนักสู้ ไม่ต้องเครียด” แล้วสูดลมหายใจลึกๆ ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ นะคะ

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง